หน้าแรก ชาวบ้านทุ่งเสี้ยว
ชาวบ้านทุ่งเสี้ยว

          บ้านทุ่งเสี้ยว เป็นหมู่บ้านหนึ่งในจำนวน  ๑๕  หมู่บ้านของเทศบาลตำบลบ้านกลาง เขตอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่  ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๘ เชียงใหม่ – ฮอด ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร   ลักษณะภูมิประเทศมีสภาพพื้นที่เป็นที่ราบดินเหนียว ดินเหนียวร่วนปนทราย  และดินทราย  มีลำน้ำขานไหลผ่านเขตชุมชนจากทิศเหนือไปยังทิศใต้ซึ่งเป็นที่ราบ

  การตั้งถิ่นฐานและประกอบอาชีพของประชากรจะตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัย เป็นกลุ่มหนาแน่น บริเวณสองฟากทางหลวงแผ่นดิน โดยประกอบอาชีพทำนาและทำสวน บรรจุบันชาวบ้านมีอาชีพค้าขายเป็นส่วนใหญ่


          จากร่องรอยและหลักฐานทางประวัติศาสตร์อันยาวนานทำให้ทราบว่า บ้านทุ่งเสี้ยวเป็นชุมชนโบราณแห่งหนึ่งในแอ่งที่ราบเชียงใหม่ – ลำพูน ที่มีพื้นที่โดยรอบเป็นแหล่งปลูกข้าว จึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญมาแต่โบราณ นับตั้งแต่สมัยหริภุญไชยจนมาถึงสมัยพญามังราย ซึ่งมีระบบเหมืองฝายที่ได้ใช้น้ำต่อๆ กันมาแต่โบราณ มีลำเหมืองและลำห้วยสายเล็กชักน้ำเข้ามาใช้ ทำให้ลำน้ำไหลลงสู่พื้นที่ราบแผ่กว้างออกไป เป็นการเพิ่มพื้นที่การเกษตรกรรมให้ใหญ่ขึ้น โดยอาศัยโครงสร้างเหมืองฝายโบราณที่มีอยู่ในพื้นที่เดิมเป็นหลัก และมีการควบคุมการผันน้ำเข้าพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์โดยทั่วถึงอย่างเป็นระบบสืบทอดต่อๆ กันมา แม้ในปัจจุบันบ้านทุ่งเสี้ยวก็ยังเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญ ไม่เพียงผลิตอาหารหล่อเลี้ยงชุมชนและเมืองเชียงใหม่เท่านั้น หากยังส่งออกไปจำหน่ายต่างถิ่นได้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน


          หลังจากผ่านการศึกสงครามและการยึดครองของพม่าเป็นเวลานาน เกิดการขาดแคลนกำลังคน การฟื้นฟูบ้านเมืองในสมัยเจ้ากาวิละ จึงเริ่มขึ้นโดยการรวบรวมชาวบ้านเพื่อตั้งหลักที่เวียงป่าซาง อันเป็นที่มั่นชั่วคราว เป็นเวลานานกว่า ๑๔ ปี ก่อนที่จะเข้าอยู่อาศัยในเวียงเชียงใหม่ ด้วยเห็นที่ว่าเวียงป่าซางมีพื้นที่อุดมสมบูรณ์มีแม่น้ำบรรจบกัน ๓ สาย คือ น้ำแม่ปิง น้ำแม่กวง และน้ำแม่ทา ตลอดช่วงเวลานั้นได้มีการยกทัพขึ้นไปกวาดต้อนและเกลี้ยกล่อมผู้คนจากเมืองใกล้เคียงโดยเฉพาะหัวเมืองต่างๆ ทางตอนบนหลายครั้ง โดยได้อพยพชาวบ้านแบบเทครัวมาเป็นกลุ่มๆ เข้ามาถิ่นฐานในเขตเชียงใหม่และลำพูน ระหว่างปี พ.ศ.๒๓๒๕ และปี พ.ศ.๒๓๕๖  ทำให้มีกำลังพลมากขึ้นจนสามารถฟื้นฟูบ้านเมืองเชียงใหม่ได้อีกครั้ง เมื่อ พ.ศ.๒๓๓๙ หลังจากที่ถูกทิ้งเป็นเมืองร้างไปนานถึง ๒๐ ปี


          นอกจากเหตุผลดังกล่าว การเคลื่อนย้ายคนลงมาในภายหลังมีปัจจัยอื่นๆ อีกเช่น ติดตามหาญาติพี่น้องและพวกพ้องที่หนีภัยสงคราม ความไม่สมบูรณ์ของชาวบ้าน เกิดเมืองนอนและความอดอยากในการดำรงชีพ จึงได้เสาะแสวงหาที่ทำมาหากินใหม่ที่อุดมสมบูรณ์ เข้ามารวมกันเป็นกลุ่มตามเผ่าพันธุ์ สำหรับบ้านทุ่งเสี้ยวนั้นเป็นเขตที่มีชาวไทยเขินอาศัยอยู่มาก มีความผูกพันกันตามระบบครอบครัวและเครือญาติ จึงนำความมั่นคงมาสู่พื้นที่ และเนื่องจากประชากรส่วนใหญ่เป็นพุทธศาสนิกชนจึงได้ชักชวนกันร่วมบูรณะปฎิสังขรณ์ตลอดถึงการสร้างวัดวาอารามขึ้นมาใหม่ โดยได้นำศิลปะวิทยาการ วัฒนธรรมจากถิ่นฐานดั้งเดิมมาใช้ มีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายเช่นเดียวกับชาวล้านนาทั่วไป คือมีการใช้คำเมืองหรือภาษาพื้นเมืองในการสื่อสาร ส่วนประเพณีที่สำคัญนั้น ได้แก่ ประเพณีสรงกรานต์  ประเพณีปอยหลวง ประเพณีสรงน้ำพระเจ้าสักคงตัน  การถวายสลากภัต  และประเพณีลอยกระทง ส่วนวันที่ถือว่ามีความสำคัญทางพุทธศาสนาได้แก่ วันเข้าพรรษา ออกพรรษา โดยมีวัดศรีนวรัฐเป็นวัดเก่าแก่ที่เป็นศูนย์รวมทางจิตใจ และขนบประเพณีของพุทธศาสนาที่สำคัญวัดหนึ่งของชุมชนทุ่งเสี้ยวในปัจจุบัน